ฟูแล่ม : (Fulham)

Fulham

ฟูแล่มเป็นสโมสรฟุบอลอาชีพของเมืองฟูแล่ม ตั้งอยู่ทางตะวันออกของลอนดอน ประเทศอังกฤษ ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ.1879 ปัจจุบันแข่งขันอยู่ในพรีมียร์ลีก ลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษ หลังจากที่เลื่อนชั้นขึ้นมาจาก อีเอฟแอล แชมเปี้ยนชิพในฤดูกาล 2017-2018 นอกจากนี้พวกเค้ายังเป็นสโมสรเก่าแก่ที่สุดของลอนดอนในการแข่งขันระบบฟุตบอลลีกอีกด้วย

ฟูแล่มมีช่วงเวลาที่ดีในการแข่งขันในรายการฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศถึง 27 ฤดูกาลซึ่งเกิดขึ้นในปีค.ศ.1960 และค.ศ.2000 หลังจากที่ โมฮัมหมัด อัลฟาเยด ได้เข้ามาเป็นประธานสโมสร และช่วยให้ทีมเชื่อนชั้นขึ้นจากดิวิชั่น4 ในค.ศ.1990 ฟูแล่มไม่เคยได้แชมป์รายการใหญ่ๆเลย ในปีค.ศ.1975 แม้ว่าจะได้เข้าชิงถึง 2 รายการคือ การเข้าชิงเอฟเอคัพ โดยพ่ายแพ้ให้กับเวต์แฮม ยูไนเต็ด 0-2 และในการแข่งขัน ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก ก็พ่ายให้กับ แอตเลติโก้ มาดริด ที่เมืองฮัมบูร์ก 1-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ

History

ค.ศ.1879-1898 ช่วงก่อตั้งทีม

ฟูแล่มก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ.1879 ในชื่อ ฟูแล่ม เซ้น แอนดรูว์ เค้า ซันเดย์ สคูล เอฟซี ก่อตั้งขึ้นโดยผู้นับถือศาสนาคริสต์ ( ซึ่งส่วนใหญ่เล่นกีฬาคริคเก็ต ) บริเวณถนนสตาร์ โร้ด, เคนซิงตัน ตะวันออก (เซ้น แอนดรูว์ , ฟูแล่มฟิลด์) ทุกวันนี้คริสตจักรฟูแล่มยังคงอยู่ และมีแผ่นจารึกที่เขียนถึงจุ่มเริ่มต้นของทีมด้วย

พวกเค้าชนะการแข่งขันรายการสมัครเล่นของลอนดอนตะวันออกได้ในปีค.ศ.1887 และเปลี่ยนชื่อทีมใหม่เพื่อให้สั้นลงเป็น ฟูแล่ม เอ็กเซลซิเออร์ ตั้งแต่ปีค.ศ.1888 เป็นต้นมา ในปีค.ศ.1893 พวกเค้าชนะการแข่งขันฟุตบอลลีกลอนดอนตะวันออกได้ในการเข้าแข่งขันครั้งแรก และเป็นทีมเดียวที่ใส่เสื้อสีแดงครึ่งตัว สีขาวครึ่งตัว กางเกงขาสั้นสีขาวในช่วงฤดูกาล 1886-1887

ฟูแล่มเริ่มแข่งขันโดยใช้สนาม คราเวนท์ คอตเทจ ตั้งแต่ปีค.ศ.1896 จนถึงปัจจุบัน โดยเกมส์แรกที่ทำการแข่งขัน พวกเค้าแพ้ให้กับทีมคู่แข่งอย่างมิเนอร์ว่า ฟูแล่มยังเป็นสโมสรที่เก่าแก่ที่สุดของตอนใต้ของประเทศอังกฤษที่ยังเล่นฟุตบอลอาชีพอยู่ในปัจจุบัน แม้จะมีทีมจากนอกลีกหลายทีมที่มีอายุมากกว่า เช่น เคนต์ ไซด์ เครย์ วันเดอเรอร์

วันที่ 12 ธันวาคม ค.ศ.1898 ฟูแล่มได้รับการรับรองให้เป็นสโมสรฟุบอลอาชีพ ปีเดียวกันนี้พวกเค้าได้แข่งขันในดิวิชั่น 2 ของลีกตอนใต้ โดยเป็นทีมที่ 2 จากลอนดอนที่เป็นสโมสรอาชีพ ถัดจากอาร์เซน่อล หรือที่ใช้ชื่อก่อนหน้านี้ว่า เดอะ โรย่อล อาร์เซน่อล 1891 พวกเค้าใช้ชุดสีแดง ขาวในการแข่งขันช่วงฤดูกาล 1900-1901 และฤดูกาล 1902-1903 พวกเค้าชนะการแข่งขันได้สิทธิเลื่อนชั้นสู่ลีกดิวิชั่น 1 ตอนใต้ และปีค.ศ.1903 พวกเค้าใช้ชุดขาวดำทำการแข่งขัน ตั้งแต่นั้นมาพวกเค้าก็ใช้เสื้อสีขาว กางเกงสีดำ และถึงเท้าสีดำหรือขาว แล้วแต่ยุคสมัยแต่ตอนนี้เป็นสีขาวเท่านั้น ฟูแล่มคว้าแชมป์ลีกตอนใต้ได้ 2 ครั้งได้แก่ฤดูกาล 1905-1906 และฤดูกาล 1906-1907

ค.ศ.1907-1949 ฟุตบอลลีก

ฟูแล่มได้แข่งขันในฟุตบอลลีกเมื่อพวกเค้าได้แชมป์ครั้งที่ 2 ของลีกตอนใต้ ในเดือนกันยายน ค.ศ.1907พวกเค้าแข่งขันนัดแรกโดยเล่นเป็นทีมเหย้าและแพ้ ฮัล ซิตี้ ไป 0-1 แต่ชัยชนะนัดแรกของพวกเค้าก็ตามมาไม่นานหลังจากนั้น โดยการไปแข่งขันที่สนามของดาบี้ เค้าตี้ และเอาชนะไปได้ 1-0 จบฤดูกาลพวกเค้าขาดเพียงแค่ 3 คะแนนที่จะทำให้พวกเค้าเลื่อนชั้น ฟูแล่มยังคงทำได้ดีในการแข่งขันเอฟเอคัพ โดยรอบก่อนรองชนะเลิศ พวกเค้าเอาชนะลูตัน ทาวน์ไปได้ 8-3 อย่างไรก็ตามรอบถัดไป พวกเค้าก็พ่ายต่อนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ไปถึง 0-6 ซึ่งเป็นสถิติการแพ้เยอะที่สุดในรองรองชนะเลิศตั้งแต่แข่งกันมา 2 ปีต่อมา พวกเค้าชนะการแข่งขัน ลอนดอน ชาล์เล้นนจ์ คัพ ฤดูกาล 1909-1910 ฟูแล่มได้แข่งขันในระดับดิวิชั่น 2 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ21 ปี จนกระทั่งฤดูกาลฤดูกาล 1927-1928 พวกเค้าตกชั้นไปอยู่ดิวิชั่น3 ตอนใต้ ปีค.ศ.1920 กองหน้าชาวอิยิปต์ ชื่อ ฮุสเซน เฮกาซี่ ซึ่งเป็นหนึ่งในนักเตะที่ไม่ใช่อังกฤษ ลงเล่นให้กับฟูแล่ม แต่เค้าเล่นได้แค่ 1 นัด ทำ 1 ประตู ก่อนจะย้ายไปทีมนอกลีกอย่าง ดัลวิธ แฮมเล็ต

ในช่วงเวลาที่นักธุรกิจและนักการเมืองอย่าง เฮนดรี นอร์ริส เป็นประธานสโมสรอยู่นั้นเค้ามีบทบาทในการก่อตั้งฟูแล่ม โดยเค้าปฏิเสธย้ายสนามแข่งตามข้อเสนอของนักธุรกกิจอย่างกัสเมียร์ ที่เสนอให้ย้ายไปแข่งที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ หรือสนามแข่งปัจจุบันของเชลซี เมียร์เลยสร้างทีมของเค้าขึ้นมาเองในพื้นนี้นั้น ปีค.ศ.1910 นอร์ริสเริ่มควบตำแหน่งที่ฟูแล่ม พร้อมกับเป็นประธานสโมสรอาร์เซน่อล ในช่วงปีค.ศ.1920 พวกเค้ามีนักเตะคุณภาพสูงระดับนานาชาติอย่าง เลน โอลิเวอร์ และอัลเบิร์ต บาร์เร็ตต์ ปีค.ศ.1926 ฟูแล่มเป็นทีมแรกของอังกฤษที่มีการขายไส้กรอกในสนามของพวกเค้า หลังจากคว้าอันดับ 5, 7 และ 9 ในการแข่งขัน3ฤดูกาลในลีกดิวิชั่น3 ตอนใต้ ฟูแล่มก็คว้าแชมป์ได้ในฤดูกาล 1931-1932 ด้วยการเอาชนะ ทอร์เควย์ 10-2 โดยชนะถึง24 นัดจากทั้งหมด 42 นัด เลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 2 อีกครั้ง

ฤดูกาลต่อมาฟูแล่มพลาดการเลื่อนชั้นอย่าหน้าเสียดาย เมื่อคะแนนตามหลัง ทีมอย่างท๊อตแนมฮอต สเปอร์และสโต๊ค ซิตี้ ในส่วนของเอฟเอคัพฤดูกาล1935-1936 ทีมก็สามารถเข้าแข่งขันได้ถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ วันที่ 8 ตุลาคม ค.ศ.1938 สนามคราเวน คอตเทจทำสถิติจำนวนผู้ชมสูงสุดถึง 49,335 คน ในการพบกับมิลวอลล์

ค.ศ.1939 ฟุตบอลลีกได้รับผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่2 ทำให้ไม่สามารถแข่งขันได้ ทำให้ต้องไปแข่งขันแบบภูมิภาคชั่วคราว อย่าง ฟุตบอลลีก วอล คัพ และ ลอนดอน วอล คัพ สนามคราเวน คอตเทจถูกใช้สำหรับการออกกำลังกายและฝึกทหารเยาวชน หลังสงครามโลก ฟุตบอลลีกได้เริ่มขึ้นใหม่อีกครั้ง ในฤดูกาล 1946-1947 เพียงแค่ 3 ฤดูกาลหลังจากนั้น ฟูแล่มก็คว้าอันดับแชมป์ลีกดิวิชั่น2ได้ ด้วยผลงาน ชนะ 24 เสมอ9 แพ้9 เหมือนกับที่ทำได้ในดิวิชั่น 3 เมื่อ 17 ปีก่อน และในปีค.ศ. 1948 จอห์น ฟ๊อก วัตสัน ได้ย้ายไปเล่นให้กับเรอัล มาดริด ซึ่งเป็นนักเตะสหราชอาณาจักร คนแรกที่ได้ย้ายไปเล่นกับสโมสรที่มีชื่อเสียงระดับโลก

ค.ศ. 1949-1969 ดิวิชั่น1

หลังจากเลื่อชั้นขึ้นมาข่งขันในดิวิชั่น1 ฟูแล่มทำได้ไม่ดีนัก ด้วยการจบอันดับที่ 17 ในฤดูกาลแรกและอันดับที่ 18 ในฤดูกาลที่ 2 ฤดูกาลที่ 3 ช่วงฤดูกาล 1951-1952 พวกเค้าจบด้วยอันดับสุดท้ายจากทั้งหมด 22 ทีม โดยชนะแค่ 8 นัดจากทั้งหมด 42 นัด วันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ.1951 ฟูแล่มลงเล่นที่อเมริกาเหนือครั้งแรก โดยพบกับทีมเซลติค ที่สนาม เดโลริเมียร์ ในรัฐมนทรีออล ท่ามกลางคนดูกว่า 29,000 คน

หลังจากผ่านไป 2-3 ฤดูกาลในดิวิชั่น 2 ปีค.ศ.1958 ฟูแล่มได้เข้ารอบรองชนะเลิศรายการเอฟเอคัพและเอาชนะเชฟฟิลด์ เว้นเดย์ได้ ซึ่ผู้ชนะรอบนี้ได้สิทธ์เลื่อนชั้นขึ้นดิวิชั่น1 ฟูแล่วก็ได้เลื่อนชั้นทันที ในฤดูกาล 1959-1960 เกรแฮม เล็กเกต ทำ 134 ประตู จากการลงเล่น 227 นัด ทำให้เค้าเป็นสถิติดาวยิงสูงสุดอันดับ5 ของสโมสร ฤดูกาล1959-1960 พวกเค้าคว้าอันดับ 10 และฤดูกาล 2003-2004 พวกเค้าคว้าอันดับ 9 ซึ่งเป็นอันดับที่ดีที่สุดในการแข่งขันระบบลีกของฟูแล่ม และการเข้าถึงรอบ4ทีมสุดท้ายของเอฟเอคัพในปี 1962 ในช่วงเวลานี้พวกเค้ามีผู้ชมในการแข่งขันกว่า 30,000 คน แม้จะต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นก็ตาม

ฟูแล่มมีประสบการณ์หนีตกชั้นมากมายทีเดียว แต่มีฤดูกาลนึงที่น่าตื่นเต้นมาคือฤดูกาล1965-1966 ฟูแล่มอยู่ท้ายตารางมี15คะแนนจากการลงแข่ง 29 นัด 13 เกมส์ที่เหลือ ปรากฎว่าฟูแล่มชนะได้ถึง 9 เสมอ 2 โดยชนะทีมที่อยู่กลุ่มนำของตารางในตอนนั้นด้วย ทำให้พวกเค้ารอดตกชั้นหวุดหวิด แต่ฤดูกาลถัดมาพวกเค้าก็ตกชั้นอยู่ดี ด้วยการชนะเพียง 10 นัด จากการแข่ง 42 นัด นั่นยังไม่แย่เท่าฤดูกาลถัดไปอีก พวกเค้าตกไปอยู่ดิวิชั่น 3 ในระบบแบ่งดิวิชั่นใหม่

หนึ่งในนักเตะประวัติศาสตร์ของสโมสร จอห์นนี่ เฮย์เนส มีฉายาว่า มิสเตอร์ ฟูแล่ม หรือ เดอะ แมสโตร เว็นสัญญาเป็นนักเตะฝึกหัดกับสโมสรในปีค.ศ.1950 ก่อนที่ปี 1952 จะติดทีมเป็นครั้งแรกในนัดบ๊อกซิ่งเดย์ พบกับเซาแธมตัน ที่คราเวน คอตเทจ เค้าลงเล่นฟุตบอล 18 ปี หรือกว่า 657 นัด(รวมกับเล่นที่อื่นด้วย) วันที่ 17 มกราคม 1970 เค้าเล่นนัดสุดท้ายกับฟูแล่ม เค้าเป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่มากในประวัตศาสตร์ของฟูแล่ม และไม่เคยเล่นให้ทีมใดในราชอาณาจักนอกจากฟูแล่มเลย เฮย์เนส ติดทีมชาติอังกฤษ56นัด (เป็นกับตันทีม 22 นัด) ซึ่งส่วนใหญ่เค้าเล่นให้กับฟูแล่มในดิวิชั่น 2 ปค.ศ.1962 เค้าได้รับอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ แบล๊คพูล หลังจากนั้นสภาพร่างกายก็ไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิม ทำให้เค้าพลาดการติดทีมชาติอังกฤษ รวมถึงการไม่มีส่วนร่วมในการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกของทีมชาติอังกฤษด้วย ถนนเดอะสตีฟเนจ โร้ด ได้เปลี่ยนเป็นชื่อของเค้าเพื่อเป็นเกียรติหลังจากเค้าเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ในปีค.ศ.2005

ค.ศ.1970-1994 ช่วงเวลาที่หายไปจากลีกสูงสุด

ฟูแล่มใช้เวลาอยู่ในดิวิชั่น 3 อยู่ 2 ฤดูกาล ก่อนจะเลื่อนชั้นขึ้นมาดิวิชั่น2 ได้สำเร็จในฤดูกาล 1970-1971 พวกเค้าดึงนักเตะคุณภาพสูงอย่าง อเล็ค สต๊อคก์มาร่วมทีม และฤดูกาล1972-1973 ได้รับเชิญไปเล่นฟุตบอลรายการ แองเจโล อิตาเลี่ยน คัพ และปีค.ศ.1975 ดึงนักเตะอย่าง อลัน มูลเลรี และ บ๊อบบี้ มัวร์ มาร่วมทีม ทำให้ทีมเข้าถึงเอฟเอคัพรอบชิงชนะเลิศ โดยการชนะรวด 5 นัด แต่ก็แพ้ต่อเวสต์แฮม ในนัดชิงชนะเลิศ ทำให้สโมสรได้สิทธิแข่งขันในรายการ ยุโรปและได้เข้าชิงฟุตบอลรายการ แองเจโล สก๊อตติส คัพ ก่อนจะแพ้มิดเดิ้ลสโบว์ในรอบชิงชนะเลิศเช่นกัน

สโมสรต้องตกชั้นอีกครั้งในฤดูกาล 1979-1980 ส่งผลให้บ๊อบบี้ แคมเบล ถูกไล่ออกในเดือนตุลาคม ค.ศ.1980 และแทนที่ด้วยมัลคอล์ม แมคโดนอล ด้วยขุมกำลังที่แข็งแกร่งอย่าง เรย์ ฮิวตัน, โทนี เกล, พอล พาร์คเกอร์, แกรรี่ เพย์ตันและเรย์ เลวิงตัน พวกเค้าก็เลื่อนชั้นได้สำเร็จในฤดูกาล 1981-1982 แม้จะถูกกลบด้วยข่าวการฆ่าตัวตายของกองหลัง เดฟ คลีเมน ก่อนหน้านี่ไม่กี่สัปดาห์ก่อนเลื่อนชั้น ปีค.ศ.1980 ฟูแล่มสร้างลีกรักบี้ขึ้นในลอนดอน ใหชื่อว่า ฟูแล่ม รักบี้ ลีก โดยแข่งขันที่คราเวน คอตเทจ หวังหารายได้เข้ามาเพิ่มให้กับสโมสร แต่กลายเป็นว่าลีกขาดทุน ปีค.ศ.1984 ก็ย้ายการแข่งขันออกจากคราเวนคอตเทจ

ปีค.ศ. 1978 ฟูแล่มเซ็นสัญญา กอร์ดอน อิวอร์ ดาวีย์ นักเตะมหัศจรรย์เข้ามา และเป็นนักเตะที่มีสถิติการยิงประตูสูงงสุดถึง 178ประตูรวมทุกรายการ สถิตินี้ยังคงอยู่ถึงปัจจุบัน ฤดูกาล1982-1983 ฟูแล่นเกือนได้เลื่อนชั้นขึ้นดิวิชั่น 1 ด้วยการแพ้ต่อดาบี้ เค้าตี้ 0-1 แม้การแข่งขันจากแข่งได้เพียง 88 นาทีเท่านั้น เนื่องจากเหตุความวุ่นวายในสนาม และไม่เคยแข่งต่ออีกเลย หลังจากตกชั้นไปแข่งในดิวิชั่น3 ในปีค.ศ.1986 นักเตะมากมายถูกขายออกจากทีมในเวลาอันรวดเร็ว เนื่องจากปัญหาทางการเงินของสโมสร จนเกือบโดนควบรวมกิจการกับควีนพาร์คเรนเจอร์ ในปีค.ศ.1987 จิมมี่ ฮิลล์ อดีตผู้เล่นได้เข้ามาจัดการโครงสร้างใหม่และช่วยให้ทีมดำเนินการต่อได้ภายในชื่อ ฟูแล่มเอฟซี1987

ปีค.ศ.1992 ได้มีการก่อตั้งพรีเมียร์ลีกขึ้น ประกอบกับการยุบสโมสร 22 สโมสรทำให้ฟูแล่วได้สิทธิ์ลงแข่งในดิวิชั่น 2 อย่างไรก็ตาม ทีมก็ตกชั้นไปเล่นในดิวิชั่น3อีกครั้งในฤดูกาล1993-1994 หลังจากนั้นทีมก็แต่ตั้ง เอียน แบรนฟุต เป็นผู้จัดการทีมต่อ

ค.ศ.1994-1997 จุดตกต่ำขีดสุด

ฤดูกาล 1995-1996 ฟูแล่มลงเล่นภายใต้การคุมทีมของ เอียน แบรนฟุต ทีมจบด้วยอันดับ8 ของตาราง ซึ่งเป็นอันดับต่ำที่สุดของสโมสร ขณะที่ทีมมีอันดับ 17 จากทั้งหมด 24 ทีม แบรน ฟุต ก็ถูกไล่ออก แต่เค้าก็ยังทำงานตำแหน่งอื่นในสโมสรอยู่ในช่วงเวลาสั้นๆ ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.1996 มิคกี้ อดัมส์ เข้ามาเป็นผู้เล่นและผู้จัดการ เค้าช่วยให้ทีมรอดพ้นจากการตกชั้น และฤดูกาลต่อมาก็ช่วยให้ทีมคว้าอันดับ 2 ในลีกโดยมีกฎเก่านั้นนับผลต่างของประตูได้เสีย แต่กฎใหม่นับแต่ประตูได้ หมายความว่าฟูแล่มจะตามหลัง วีแกน แอตเลติค ประธานสโมสร จิมมี่ ฮิลล์ เลยแย้งไปว่าจำนวนการทำประตูนั้นมีผลต่อคะแนนด้วย สโมสรในระบบลีกเลยจัดให้มีการโหวตเกิดขึ้น

ค.ศ.1997-2001 อัลฟาเยด ควบคุมกิจการ

ในหน้าร้อนค.ศ.1997 นักธุรกิจชาวอียิปส์ใช้เงินกว่า 6.25 ล้านปอนด์ในการซื้อทีมฟุตบอลสโมสรผู้แล่ม ภายใต้การระดมทุนของกลุ่ม มูดดี้แมน ทำให้มิคกี้ อดัมส์ ถูกแทนที่ด้วย อัลฟาเยด ก่อนการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ เค้าได้แต่ตั้งทีมงานชุด ดรีมทีม คือให้ เรย์ วิลคินส์ เป็นผู้จัดการทีมชุดใหญ่ และเควิน คีแกน เป็นหัวหน้าผู้จัดการทั่วไป พร้อมตั้งเป้าจะเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกให้ได้ภายใน 5 ปี หลังจากปัญหาการร่วมงานกันของทีมงาน เดือนพฤศภาคม ค.ศ.1998 วิลคินส์ก็ลาออกไป ทำให้คีแกนได้ขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีมเต็มตัว เค้าช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นในฤดูกาลถัดไปด้วยผลงานเก็บ 101 แต้มจากทั้งหมด 138 แต้ม และทุ่มเงินกว่า 1.1 ล้านปอนด์ซื้อนักเตะ พอลด์ เปชิโซลิโด นักเตะจากเวสบรอมวิช อัลเบี้ยน ดาวซัลโวสูงสุดและ กัปตันทีมอย่าง คริส โคลแมน ซึ่งทั้งสองเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในดิวิชั่น2 ปีค.ศ.1999 คีแกนก็ลาออกจากการเป็นผู้จัดการทีมเพื่อไปเป็นผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ พอล เบรซเวลล์ มาคุมทีมแทน แต่ก็ถูกไล่ออกในเดือนมีนาคม 2000 เนื่องจากทีมมีผลงานไม่ดี อยู่ต่ำกว่ากลางตาราง ต่อมา ฌอง ติกาน่า ผู้จัดการทีมคนใหม่สัญชาติฝรั่งเศส ได้เข้ามาคุมทีมต่อ และดึงเอานักเตะดาวรุ่งมามากมาย รวมถึงหลุยส์ ซาฮา ด้วย และฤดูกาล 2000-2001เค้าช่วยให้ฟูแล่มเลื่อนชั้นได้เป็นครั้งที่ 3 จาก 5 ฤดูกาลที่ผ่านมา ทำให้ฟูแล่มได้เล่นลีกสูงสุดครั้งแรกตั้งแต่ปีค.ศ.1968 โดยทำได้ถึง 101 คะแนน จากทั้งหมด 138 คะแนน และทำให้ฟูแล่มเป็นทีมเดียวที่ได้คะแนนมากกว่า 100 คะแนนเป็นครั้งที่ 2 ในระหว่างฤดูกาล คริส โคลแมน ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ต้องเข้ารับการรักษากว่า 1 ปี หลังจากที่หายกลับมาก็ไม่สารถเล่นฟุตบอลได้อีก ทำให้เค้าต้องเลิกเล่นฟุตบอลในที่สุด ฟูแล่มมีนักเตะ 1 คนที่เล่นใหกับทีมมาอย่างยาวนาน คือ ซีน เดวิส ซึ่งเล่นมาแล้วทั้ง 4 ดิวิชั่น

ค.ศ.2001-2007 ครั้งแรกกับพรีเมียร์ลีก

ฤดูกาลแรกของฟูแล่มกับพรีเมียร์ลีก พวกเค้าได้อันดับที่ 13 และเป็นทีมที่มีความร้อนแรงมากในศตวรรษที่ 21 พวกเค้าต้องการสร้างสนามแข่งใหม่ แต่ด้วยกฎนั้นไม่อนุญาตให้ทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นสร้างสนามได้ คือต่อผ่าน3ฤดูกาลไปก่อน ฟูแล่มจึงไปใช้สนาม ลอฟตัส โร้ด ของ ควีนพาร์คเรนเจอร์ก่อนในฤดูกาล 2002-2003 และ 2003-2004 ในขณะที่คราเวน คอตเทจนั้นมีการปรับปรุงที่นั่งใหม่หมด แฟนบอลฟูแล่มกลัวว่าทีมจะไม่กลับมาเล่นที่เดิมอีกหลังจากมีขาวว่าอัลฟาเยด ได้ขายสิทธิ์การสร้างให้กับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพท์ห่งหนึ่ง ในช่วงฤดูกาล 2002-2003 นั้นฟูแล่มมีอันดับล่างของตาราง จนอัลฟาเยดบอกกับทิกาน่าว่าเค้าจะไม่ต่อสัญญาให้และไล่เค้าออกก่อนจบฤดูกาล คริสโคลแมน เข้ามาคุมทีมชั่วคราว โดยมีการแข่งขันอีก 5 นัด และฟูแล่มต้องทำให้ได้ 10 คะแนน ถึงจะรอดตกชั้น แม้เค้าจะมีประสบการณ์ไม่มากนัก แต่ก็ช่วยให้ทีมรอดตกชั้นได้ด้วยการจบอันดับที่9 ของตาราง และอาจจะดีกว่านี้ถ้าสโมสรไม่ถูกบีบให้ขาย หลัยส์ ซาฮา ให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในราคา 13 ล้านปอนด์ โคลแมนยกระดับทีมขึ้นได้ดีขึ้นฤดูกาล 2004-2005 ทีมจบด้วยอันดับ 13 และฤดูกาลถัดมาก็จบอันอับที่ 12 แต้มสำคัญเกิดจากการที่พวกเค้าเอาชนะคู่ปรับร่วมเมืองอย่างเชลซีได้ 1-0 ในศึกลอนดอนตะวันออก โดยปีนั้นเชลซีได้แชมป์ และแพ้เพียงแค่ 2 นัดเท่านั้น ฤดูกาล 2006-2007 เป็นฤดูกาลสุดท้ายของโคลแมน วันที่ 10 เมษายน 2007 ฟูแล่มยกเลิกสัญญาของเค้า และดึงผู้จัดการทีมไอซ์แลนด์เหนือมาคุมทีมคือ ลอว์ไร ซานเชซ มาเป็นผู้จัดการทีมชั่วคราว โดยฟูแล่มต้องการ 4 คะแนนจาก 5 นัด หลังจากที่พวกเค้าเอาชนะลิเวอร์พูลได้ในนัดสุดท้ายพวกเค้าก็รอดตกชั้น และซาวเชซก็ได้รับสัญญาถาวร

ค.ศ.2008-2010 การเปลี่ยนแปลงโดย ฮอดจ์สัน

ประวัติสโมสรฟูแล่ม

ซานเชซได้รับการสับสนุนจากบอร์ดในการซื้อผู้เล่นเข้ามาในทีมมากมายในช่วงหน้าร้อน แต่ในระยะเวลา 5 เดือนพวกเค้าสามารถชนะได้แค่ 2 ครั้ง และวันที่21 ธันวาคม 2007 หลังจากแพ้ต่อนิวคาสเซิ่ลเค้าก็ถูกไล่ออก สโมสรได้แต่งตั้ง รอย ฮอดจ์สัน เป็นผู้จัดการทีม ก่อนที่ตลาดนักเตะหน้าหนาวจะเริ่มขึ้นแค่2 วัน ฮอดจ์สันเริ่มต้นคุมทีมได้ไม่ดีนัก ต้องใช้เวลากว่า 1 เดือนจึงชนะนัดแรกได้ โดยการยิงฟรีคิกของจิมมี่ บูลลาร์ด ฟูแล่มยังคงดิ้นรนหนีการตกชั้น เดือนเมษายน เค้าพ่ายคาบ้านให้กับซันเดอแลนด์ทีมหนีตกชั้นด้วยกัน ฮอดจ์สันแถลงข่าวทั้งน้ำตาหลังจบเกมส์ถึงหนทางที่ฟูแล่มจะรอดตกชั้น ฮอดจ์สันเชื่อว่าฟูแล่มจะรอด และเค้าก็ทำให้ทีมเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้ 3-2 ก่อนจะชนะทีมจากโซนตกชั้นอย่างเบอร์มิงแฮมและเรดดิ้ง รวมถึงการเข้าชิงเอฟเอคัพครั้งที่4ของทีมเพื่อการันตีการรอดตกชั้น และนาทีที่ 75 จิมมี่ บูลลาร์ด ทำประตูได้ ทำให้แฟนบอลเฉลิมฉลองกันยกใหญ่ เหมือนที่ฮอดจ์สัน เคยบอกทางรอดของฟูแล่มไว้ จบฤดูกาลฟูแล่มพลาดการลงแข่งรายการของยูฟ่า เพราะคะแนนแฟร์เพลย์ได้แค่ 0.8 ซึ่งน้อยกว่าแมนเชสเตอร์ซิตี้ ฤดูกาล 2008-2009 ฟูแล่มจบอันดับที่ 7 ได้ไปเล่นรายการยูฟ่า ยูโรป้า ลีก และนี้เป็นครั้งที่2ที่พวกเค้าได้เล่นในรายการของยูฟ่า ฤดูกาล2009-2010เป็นช่งที่ทีมประสบความสำเร็จมาก ด้วยการผ่านไปเล่นถึงรอบรองชนะเลิศในรายการเอฟเอคัพ การจบลีกด้วยอันดับที่ 12 และการเข้าชิงชนะเลิศรายการยูฟ่า ยูโรป้า ลีก พบกับทีมจากสเปน แอตเลติโก มาดริด ที่นามโวล์กสปาร์กสเตเดี้ยน เมือง ฮัมบูร์ก น่าเสียดายที่พวกเค้าแพ้ไป 1-2 โดยเสมอกันใน90นาที 1-1 ก่อนจะมาโดยยิงในช่วงต่อเวลาพิเศษ หลังจบฤดูกาลฮอดจ์สัน ก็ลาออกจากทีมเพื่อไปเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล

ค.ศ.2010-2013 เป็นที่ยอมรับในพรีเมียร์ลีก

วันที่ 29 กรกฏาคม 2010 สโมสรได้แต่งตั้ง มาร์ค ฮิวส์ เป็นผู้จัดการทีมต่อจากฮอดจ์สัน ด้วยสัญญาคุมทีม 2 ปี นัดแรกของเค้าคือการคุมทีมพบกับโบลตัว วันเดอร์เรอร์ ที่สนามรีบ๊อกสเตเดี้ยม และนัดสำคัญของฤดูกาลคือการเอาชนะคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง ท๊อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ไป 4-0 โดยทั้ง 4 ลูกเกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของการแข่งขัน ฮิวจ์ลาออกในวันที่ 2 มิถุนายน หลังคุมทีมได้แค่11 เดือน ช่วยให้ทีมคว้าอันดับ 8 และได้สิทธิไปแข่งฟุตบอลยูฟ่า ยูโรป้าลีก ใรฐานะทีมแฟร์เพลย์ วันที่7 มิถุนายน 2011 มาร์ติน โจ มาคุมทีมต่อและนัดแรกก็สามารถเอาชนะทีมจากหมู่เกาะฟาโรว์ อย่างเอ็นเอสไอ รูนาวิก ในการแข่งยูฟ่า ยูโรป้า ลีก แต่น่าเสียดายที่นัดสุดท้ายพวกเค้าพลาดท่าเสมอกับทีมโอเดนเซ่ ทำให้ทีมได้ที่ 3 ของกลุ่มหมดสิทธิเข้ารอบถัดไป ฟอร์มการเล่นในฤดุกาล 2011-2012 นั้นไม่คงเส้นคงวานักแต่พวกเค้าก็ยังจบด้วยอันดับที่ 9 และฤดูกาลถัดมาพวกเค้าก็ได้อันดับที่12

ค.ศ.2013 ถึงปัจจุบัน เจ้าของทีมใหม่ ตกชั้น และเลื่อนชั้น

ชาฮิด ข่าน เข้ามาเป็นเจ้าของทีมในเดือนกรกฏาคม 2013 แต่ผลงานของทีมย่ำแย่แข่ง 13 นัดทำได้ 10 คะแนน ทำให้มาร์ติน โจถูกไล่ออกในวันที่ 1 ธันวาคม 2013 และได้ เรเน่ มูเลนสตีน เข้ามาเป็รผู้จัดการทีมต่อ ในวันสุดท้ายของการซื้อขายนักเตะเดือนมกราคม ทีมได้เซ็นสัญญานักเตะชาวกรีก โคสตันตินอส มีโตรกวู จากโอลิมเปียกอส ในราคา 12.5 ล้านปอนด์ มูเลนสตีนถูกแทนที่ด้วย เฟลิก มากัธ หลังผ่านไป 17 นัดแล้วทีมไม่ดีขึ้น ในที่สุดทีมก็ตกชั้นไปเล่น อีเฟแอล แชมเปี้ยนชิพหลังแพ้สโต้ค 1-4 ในวันที่ 3 พฤษภาคม หลังจบฤดูกาลสื่อได้วิจารณ์การเปลี่ยนโค้ชถึง 3 คนในฤดูกาลเดียว

ฟูแล่มทำสถิติการซื้อนักเตะราคาสูงในแชมเปี้ยนชิพด้วยการเซ็นนักเตะอย่าง โรส แม็คคอมแม็ค ในราคา11ล้านปอนด์ อย่างไรก็ตามหลังจากเปิดฤดูกาลได้แค่ 7 เกมส์ มากัธก็ถูกไล่ออก โดยให้ คิท ไซม่อนมาคุมทีมชั่วคราว ฟูแล่มจมฤดูกาลนั้นด้วยอันดับ 17 ฤดูกาลใหม่ฟูแล่มเพิ่มผู้เล่นเข้ามาถึง 12 คน และขายนักเตะสำคัญของทีมอย่าง ไบรอัน รุยซ์, ฮูโก้ โรดาเยก้า และแพทริก โรเบิร์ต ในช่วงเดือนพฤษจิกายน 2015 ทีมอยู่อันดับ 12 ไซม่อล ถูกไล่ออก และใช้เวลาถึง 49 วันในการหาผู้จัดการทีมคนใหม่ วันที่ 27 ธันวาคม 2015 ทีมก็ได้ผู้จัดการทีมคนใหม่ ซึ่งเป็นชาวเซอเบียร์ คือ สลาวิซ่า โจคาโนวิค แต่ทีมก็ทำผลงานได้ไม่ค่อยดีโดยจบฤดูกาลในอันดับที่ 20 มากว่าทีมตกชั้น11 คะแนน

ฤดูกาลต่อมาทีมได้ยกเครื่องใหม่ทั้งหมดและคว้าอันดับที่6 ของตารางได้สิทธิ์เพลย์ออฟเพื่อเลื่อนชั้น แต่ก็พลาดโดยการแพ้เรดดิ้ง 1-2 หลังจากนั้นฤดูกาล 2017-2018 พวกเค้าทำผลงานได้ดีขึ้นและคว้าอันดับที่2ของตารางคะแนนมาได้ ทำให้ได้สิทธิเพลย์ออฟเลื่อนชั้น และฟูแล่มก็สามารถเอาชนะ แอสตันวิลล่าได้ในนัดชิงชนะเลิศที่เวมเบอลีย์ ซึ่งถือเป็นการชนะครั้งแรกในรอบนี้ของพวกเค้าตลอด 139 ปีที่ผ่านมา วันที่ 14 พฤศจิกายน 2018 สลาวิซ่า โจคาโนวิคถูกไล่ออกและแทนที่ด้วยอดีตผู้จัดการทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก คลาดิโอ ราอิเนรี่ หลังจากได้แค่ 5 คะแนนจาก 12 นัด และเสียถึง 31 ประตู

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง